
|
เมื่ออภิเษกสมรสแล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดล กรมขุนสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ได้เสด็จฯ พร้ อมหม่อม (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) กลับไปทรงศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาเฉพาะสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นั้นได้ทรงศึกษาหลักสูตรเตรียมพยาบาลที่วิทยาลัยซิมมอนส์ เมืองบอสตัน รัฐแมสสาชูแสตต์ ต่อมาก็ทรงเข้าศึกษาหลักสูตรการสาธารณสุขเกี่ยวกับโรงเรียนที่สถาบัน เอ็ม.ไอ.ที. ครั้นถึง พุทธศักราช ๒๔๖๕ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ทรงประชวรพระวักกะ (ไต) ทั้งสองพระองค์ต้องเสด็จกลับประเทศ ไทยอีกครั้ง เพื่อตามเสด็จพระเชษฐภคินีออกไปรักษาพระองค์ที่ต่างประเทศ |
พุทธศักราช ๒๔๖๖ สมาชิกใหม่แห่งราชสกุลมหิดลได้ประสูติที่ประเทศอังกฤษ และได้รับพระราชทานพระนามว่า "กัลยาณิวัฒนา" และในปลายปี เดียวกันนั้นได้เสด็จกลับประเทศไทย |
พุทธศักราช ๒๔๖๙ ได้ทรงย้ายไปประทับที่รัฐแมสสาชูแสตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหนึ่งเพื่อทรงศึกษาต่อ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเข้าศึกษาวิชาคหกรรมศาสตร์ ณ วิทยาลัยซิมมอนส์ ส่วนสมเด็จพระบรมราชชนก ได้ทรงศึกษาต่อในวิชาแพทยศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จนทรงสำเร็จ การศึกษาได้รับปริญญาเกียรตินิยม ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๐ เป็นปีที่พระโอรสองค์สุดท้ายประสูติที่โรงพยาบาลเมาท์ออเบอร์น เมืองเคมบริดจ์ และได ้รับพระราชทานพระนามว่า "ภูมิพลอดุลยเดช" |
|
พุทธศักราช ๒๔๗๑ สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯ กลับประเทศไทย พร้อมด้วยพระธิดา พระโอรส ทรงเป็น "นายแพทย์" ที่สมบูรณ์และได้ทรงงานแพทย์ด้านการสาธารณสุขอย่างเต็มพระกำลังจนพระสุขภาพทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว และในวันที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๗๒ สวรรคต ณ พระตำหนัก วังสระปทุม |
|
นับแต่วาระนั้นเป็นต้นมา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ต้องทรงเป็นทั้งพระชนกและพระชนนีของพระโอรสธิดา ๓ พระองค์ ต้องถวายพระอภิบาลและทรงสั่งสอน ทั้งในส่วนการศึกษาเล่าเรียน และความประพฤติการปฏิบัติพระองค์ ดังบทพระราชทานสัมภาษณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล่าให้ฟังถึงการอบรมของสมเด็จพระศรีนคร ินทราบรมราชชนนีว่า |
|
"เท่าที่สังเกตมาตั้งแต่ยังจำความได้เห็นท่านทำงานช่างอยู่หลายอย่างท่านเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนเด็กๆนั้นท่านก็มีความสนพระทัยในงานช่างมากแล้วก็ตอนท่านเล็กๆสมเด็จย่าเลี้ยงท่านอย่างค่อนข้างจะเข้มงวดคือ แม้แต่ของเล่นมากมายสำเร็จรูปอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนอย่างเด็กๆสมัยนี้...อย่างเช่นท่านอยากได้วิทยุมาฟังท่านก็ต้องเข้าหุ้นกับทูลกระหม่อมลุงซื้อชิ้นส่วนของวิทยุทีละชิ้นๆเอามาแล้วก็มาประกอบเองเป็นวิทยุซึ่งต้องฟังกันสองคนที่เข้า หุ้นกันแล้วก็การที่บางครั้งเงินที่ได้รับเป็นค่าขนมก็ไม่พอที่จะซื้อของที่ท่านอยากได้ก็ต้องมีการหาเงินพิเศษวิธีหาเงินพิเศษก็ต้องใช้ความสามารถของท่านเองนี่แหละเช่นมีพี่เลี้ยงซึ่งก็ไม่กล้าให้ท่านโดยไม่มีเหตุผลเวลาทำอะไรให้แก แกถึงจะให้ได้ เช่นเวลาจักรแกเสีย จักรเย็บผ้าเสียท่านตอนนั้นก็สัก ๑๐ ขวบ ท่านก็แก้ได้แก้ได้ก็ได้สตางค์เป็นค่าจ้างแก้จักร..." |
|
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงสละราชสมบัติในวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ และรัฐสภาได้มีมติอัญเชิญพระว รวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันท-มหิดล เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ทรงมี พระชนมายุเพียง ๙ พรรษา นับว่าพระชนมายุยังน้อยนัก แต่ "พระราชชนนีศรีสังวาลย์" ได้ ถวายพระอภิบาล จนทรงจำเริญพระชันษาบรรลุพระราชนิติภาว ะเป็นพระมหากษัตริย์ที่เคารพรักของประชาชน แม้พระอนุชาซึ่งได้สืบราชสันตติวงศ์ต่อมาก็เป็นที่รักใคร่เทิดทูนของพสกนิกรทุก เหล่าชั้น |
การสำเร็จราชการแทนพระองค์ |
การประกอบพระราชกรณียกิจกุศลสงเคราะห์ |
|
ในพุทธศักราช ๒๕๑๒ ได้ทรงริเริ่มจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาออกปฏิบัติงานโดยไม่คิดมูลค่า และต่อมาได้ทรงตั้งมูลนิธิแพทย์อาสา ส มเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เพื่ออุดหนุนกิจการของหน่วยแพทย์อาสาอีกด้วย ซึ่งมีกิจกรรมกว้างขวางเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ อีกทั้งทรงจัดตั้งกองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อพระราชทานทุนทรัพย์อุดหนุนกิจการสาธารณประโยชน์ต ่างๆ ดังที่มีหน่วยงานและมีผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอยู่เป็นนิจ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ ๒๑ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเป็น "วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ" โดยเริ่มตั้งแต่ ปีพุทธ-ศักราช ๒๕๒๘ เป็น ต้นมา |
|
การศึกษา |
สมเด็จย่ากับการอ่านและการศึกษา |
แม้ขณะประทับในสวิตเซอร์แลนด์ก็มิได้ว่างเฉย โปรดการทรงอักษร เสด็จฯ ทรงเข้าศึกษาหลักสูตรต่างๆในมหาวิทยาลัย โปรดการปั้นพระพุทธรูป การปักภาพ การทำบัตรดอกไม้แห้งและงานศิลปะอื่นๆ เพื่อพระราชทานข้าราชบริพารและบุคคลต่างๆด้วยเคยมีพระกระแสรับสั่งว่า "เวลาเป็นของมีค่า" |
|
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกล่าวถึงสมเด็จพระราชชนนีว่าทรงมีจิตใจที่ทรงเป็นสากล (International mind) ทรงรอบรู้ภาษาต่างประเทศหลายภาษาทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส บาลี สันสกฤตไม่มีใครเปรียบเทียบได้... |
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช |
ท่านเป็นคนที่ให้ความคิดทางวิชาการหลายอย่างครั้งหนึ่งกำลังเรียนเรื่องเมฆต่างๆเข้าใจว่าคงอยู่ชั้นสัก ม.ศ. ๑ท่านเสด็จมาเสวยกลางวันคุยกันเรื่องชื่อเมฆต่างๆท่านยังรับสั่งว่าถ้าสงสัยเรื่องอะไรต้องค้นใน encyclopedia พอดีในห้องรับประทานข้าวนี้มี Encyclopedia Britanica ๑ ชุดก็ยังไปค้นเรื่องชื่อเมฆต่างๆทำให้รู้สึกว่าท่านจะสอนให้ว่าคนเรานี้ต้องสนใจใฝ่รู้ค้นคว้าตลอดเวลา |
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี |
สมเด็จย่าบรรทมดึกและตื่นช่วงบ่ายตื่นแล้วหลานก็เข้าไปในห้องท่านได้ท่านทรงหนังสืออยู่… บางครั้งท่านก็จะพยายามสอนภาษาฝรั่งเศสซึ่งไม่สำเร็จเพราะว่าจนป่านนี้ก็ยังฟังรู้เรื่องแต่ว่าพูดไม่ได้เรื่องและท่านก็จะชี้ชวนให้ดูหนังสือต่างๆสอนให้รักการอ่านหนังสือเป็นส่วนใหญ่… |
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ |
การสาธารณสุข |
|
การฟื้นฟูปลูกป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดอยตุง |
|
และได้จัดพื้นที่ทรงงานถวาย นอกจากนั้นยังได้ถวายพื้นที่สำหรับทรงสร้างพระตำหนักเป็นที่ประทับ มีทัศนียภาพที่เห็นป่าค่อย ๆเจริญเติบโต มีอากาศเหมาะกับพระสุขภาพ ด้วยต้องกับพระราชปณิธานว่า "อยากจะปลูกป่า" ซึ่ง "การปลูกป่า" นี้ได้กลายเป็นโครงการพั ฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ การอนุรักษ์ต้นน้ำ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่โครงการฯ |
|
|
|
|
|
ด้วยเหตุนี้ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พุทธศักราช ๒๕๔๓ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธ รรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) จึงมีมติในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ ๓๐ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๒ ประกาศให้มีการเฉลิมฉลองในฐานะที ่ทรงเป็น "บุคคลของโลกที่มีผลงาน ดีเด่นเพื่อส่วนรวมในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การพัฒนามนุษย์ สังคม และ สิ่งแวดล้อม" |